โลโก้ Fundamental FUNDAMENTAL ← บทความทั้งหมด

E-E-A-T คืออะไร - และทำไมการเขียนจากประสบการณ์จริงถึงได้ผลกว่า

โดย Chaivoot Local Guide ระดับ 7

ส่วนตัวผมเขียนบทความจากประสบการณ์ของตัวเองเป็นหลัก เล่าจากสิ่งที่เจอจริง ทำจริง และผลลัพธ์ก็มักจะออกมาดีเสมอ พอมาศึกษาเรื่องคุณภาพเนื้อหาของ Google อย่างจริงจัง ถึงได้เข้าใจว่า วิธีที่ผมทำมาตลอดมันไปตรงกับหลักที่ชื่อว่า E-E-A-T พอดี บทความนี้เลยอยากเล่าว่ามันคืออะไร และทำไม “เขียนจากของจริง” ถึงได้เปรียบ

E-E-A-T คืออะไร

E-E-A-T เป็นเกณฑ์ที่อยู่ใน Search Quality Rater Guidelines ของ Google (คู่มือที่ทีมผู้ประเมินคุณภาพของ Google ใช้ดูว่าหน้าเว็บดีแค่ไหน) ย่อมาจาก 4 คำ:

  • Experience (ประสบการณ์) - ผู้เขียนมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องนั้นไหม เคยทำ เคยใช้ เคยเจอมาจริงหรือเปล่า
  • Expertise (ความเชี่ยวชาญ) - มีความรู้/ทักษะในเรื่องนั้นมากพอจะพูดได้ไหม
  • Authoritativeness (การเป็นที่ยอมรับ) - เป็นแหล่งที่คนในวงการนึกถึง/อ้างอิงถึงไหม
  • Trust (ความน่าเชื่อถือ) - เชื่อถือได้แค่ไหน ข้อมูลถูกต้อง โปร่งใสไหม

จุดที่น่าสนใจคือ ตัว E ตัวแรก (Experience) เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาเมื่อธันวาคม 2022 ก่อนหน้านั้นมีแค่ E-A-T การที่ Google เพิ่ม “ประสบการณ์” เข้ามาบอกอะไรบางอย่างชัดเจน - ของจริงที่ผ่านการลงมือทำ มีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

หมายเหตุ: E-E-A-T ไม่ใช่ “ranking factor” ที่ Google เอาไปคำนวณอันดับตรงๆ แต่เป็นแนวทางประเมินคุณภาพ ที่ระบบของ Google พยายามออกแบบให้สอดคล้องด้วย

ทำไม “เขียนจากประสบการณ์” ถึงได้เปรียบ

พอ Experience กลายเป็นเกณฑ์แรกเลย การเขียนจากสิ่งที่เราทำมาจริงจึงตรงเป้าที่สุด และมันมีข้อได้เปรียบที่เลียนแบบยาก:

  • รายละเอียดที่คนไม่เคยทำจะเขียนไม่ได้ - เคสจริง ปัญหาที่เจอ วิธีแก้ที่ลองแล้วเวิร์ก สิ่งเหล่านี้มาจากการลงมือเท่านั้น
  • AI หรือการก๊อปคนอื่นทำแทนไม่ได้ 100% - เนื้อหา generic ที่ใครก็เขียนได้ มีเต็มอินเทอร์เน็ต แต่ประสบการณ์ตรงของคุณมีชิ้นเดียว
  • คนอ่านสัมผัสได้ - เรารู้เองเวลาอ่านเจอบทความที่ “คนเขียนทำจริง” กับ “คนเขียนไปหามาเรียบเรียง” มันคนละความรู้สึก

ภาษาของเรา = ความเป็นตัวเรา

อีกเรื่องที่ผมเชื่อมาตลอดคือ การเขียนด้วย ภาษาของตัวเอง ให้ความเป็นตัวเราได้มากกว่า น้ำเสียง มุมมอง วิธีเล่า สิ่งเหล่านี้ทำให้คนอ่านเชื่อมโยงกับ “คน” คนหนึ่ง ไม่ใช่กับบทความที่ไหนก็ได้ - และความรู้สึกว่า “มีคนจริงอยู่เบื้องหลัง” นี่แหละที่หนุนเรื่อง Trust ได้ดี

ใส่แหล่งอ้างอิง = เพิ่มความน่าเชื่อถือ

ในฐานะคนที่เป็นทั้งนักอ่านและนักหาข้อมูล เวลาผมอ่านอะไร ผมอยากรู้ว่า “ข้อมูลนี้มาจากไหน” การใส่ลิงก์กลับไปหาแหล่งที่มาช่วย 2 อย่าง:

  1. เพิ่มความน่าเชื่อถือของเนื้อหา - แสดงว่าเราไม่ได้มโน มีที่มาที่ตรวจสอบได้ (หนุน Trust และ Authoritativeness)
  2. ช่วยคนอ่านไปต่อได้ - เขาตามไปอ่านต้นทางเองได้ เป็นการเคารพคนอ่าน

บทความนี้เองก็ทำแบบนั้น - ดู แหล่งอ้างอิง ท้ายบทความได้เลย

สรุป: ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจ SME ควรเขียนยังไง

ไม่ต้องเขียนสวยเป็นนักเขียนมืออาชีพ แค่ทำตามนี้ก็เข้าเกณฑ์ E-E-A-T แล้ว:

  • เขียนจาก งานจริง เคสจริง ที่คุณทำให้ลูกค้า (Experience + Expertise)
  • ใช้ ภาษาของตัวเอง เล่าเหมือนคุยกับลูกค้า ไม่ต้องท่องศัพท์
  • ใส่ รูปจริง และ แหล่งอ้างอิง เมื่ออ้างข้อมูล (Trust)
  • ทำ สม่ำเสมอ สะสมไปเรื่อยๆ ความน่าเชื่อถือมาจากเวลา

เรื่องนี้เชื่อมโยงกับที่ผมเคยเขียนไว้ว่า ทำเว็บสมัยนี้ไม่ใช่แค่มีเว็บไซต์แล้วจบ และบทเรียนจากยุค Sandbox, Panda, Penguin ที่ Google พยายามผลักดันให้คน “ทำของจริง” มาตลอด

การถูกค้นหาเจอขึ้นกับหลายปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด บทความนี้เป็นแนวทางเชิงกระบวนการ ไม่ใช่การรับประกันผลอันดับ

อยากได้เว็บและคอนเทนต์ที่วางบนหลัก E-E-A-T ตั้งแต่ต้น - ทักไลน์ปรึกษาได้

แหล่งอ้างอิง

E-E-A-T Content SEO การเขียน